Saturday, December 12, 2015

5. ปะการังมีความสำคัญอย่างไร


ขณะนี้ทุกคนคงจะยอมรับแล้วว่า ระบบนิเวศปะการังเป็นระบบนิเวศที่มีลักษณะเฉพาะตัวและมีความสวยงามไม่เหมือนระบบนิเวศอื่น ๆ   ส่วนประกอบทั้งหมดในระบบนิเวศขึ้นอยู่กับแต่ละส่วนที่เป็นอาหารและที่อยู่อาศัย ซึ่งก็หมายความว่า ถ้าหากส่วนประกอบหนึ่งอันถูกทำลาย เช่น ปะการังถูกนำออกไปจากระบบนิเวศ ก็จะมีผลกระทบต่อระบบนิเวศทั้งหมด  ผลกระทบที่เกิดขึ้น เช่น ปลาและสัตว์อื่น ๆ ก็จะไม่มีที่อาศัยไว้หลบภัยจากผู้ล่า เป็นต้นการคงอยู่ของระบบนิเวศจะขึ้นอยู่กับความมั่นคงและความสมบูรณ์ของระบบนิเวศทั้งระบบบทบาทและความสำคัญของปะการังมีดังนี้



        5.1   เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของพืชและสัตว์นานาชนิด 


ทั้งนี้เพราะลักษณะที่มีซอกมีโพรงอยู่ทั่วๆ ไปทำให้เหมาะต่อการหลบภัยเป็นที่อยู่และหาอาหารหลายมีค่าทางเศรษฐกิจ สามารถที่จะจับมาใช้อย่างถูกวิธี การ อนุรักษ์ได้ เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา หลายชนิดเป็นที่นิยมในการบริโภค ตลอดไปจนถึงการสะสม ทำให้มีแพงและเป็นที่ต้องการของตลาดมาก


   5.2    แนวปะการังตามชายฝั่งมีส่วนในการช่วยลดความรุนแรงของคลื่น

   ที่กระทำต่อชายฝั่งได้ เมื่อคลื่นปะทะกับปะการังที่ขอบแนวปะการัง คลื่นจะแตกตัว ทำความรุนแรงที่กระทบหาดทรายลดลง ในหลายๆ แห่งซึ่งปะการังถูกทำลายไป ชายฝั่งทะเลจะถูกกัดเซาะและพังทลาย ทำให้เกิดความเสียหายอย่างมาก


   
    5.3    แนวปะการังเป็นแหล่งท่องเที่ยวใต้ทะเล



     เนื่องจากความสวยงาม ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตน้ำที่ใสสะอาดและองค์ประกอบอื่นๆ อีกมากมายทำให้บริเวณแนวปะการังกลายเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจและดึงดูด นักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี และขณะนี้จำนวนนักดำน้ำกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในประเทศและต่างประเทศกำลังนิยมดำน้ำในประเทศไทยกันมากขึ้น



5.4  ด้านการแพทย์และสาธารณสุข

ความสำคัญของปะการังและสิ่งมีชีวิตในทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขกำลังขยายตัวอย่างมาก เพราะสามารถสกัดสารเคมีจากสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์กันได้นานัปการ เช่น ทำครีมทาป้องกันแสง อัลตราไวโอเลตซึ่งทำลายเซลล์ผิวหนัง การสกัดสารต่างๆ เพื่อใช้ประโยชน์ในการทดลองเกี่ยวกับการค้นหาสารเพื่อขับไล่ปลาฉลาม เป็นต้น


5.5  ทำให้เกิดทรายกับชายหาด


โดยเกิดจากการสึกกร่อนแตกย่อยของโครงสร้างหินปูน โดยการจากสัตว์ทะเลบางชนิด แลโดยคลื่น เป็นต้น


      5.6  เป็นแหล่งที่มาของวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง

      สำหรับในบางประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์ มัลดีฟ และอินโดนีเซีย ยังเป็นเรื่องปกติที่ชาวบ้านใช้หินปะการังในการทำปูนขาวเพื่อผสมซีเมนต์ในการก่อสร้าง บางแห่งใช้หินปะการังในการก่อสร้างถนน ผนังบ้าน ผนังโบสถ์ กำแพง หรือถมที่ดิน แต่สำหรับประเทศไทยแล้ว ทั้งในอดีตและปัจจุบันยังไม่มีการนำปะการังมาใช้ในลักษณะนี้ การใช้ประโยชน์ในลักษณะนี้ นับว่าก่อให้เกิดความเสียหายกับแนวปะการังเป็นอย่างมาก กฎหมายของไทยไม่เปิดโอกาสให้ใช้ประโยชน์จากปะการังในด้านนี้




Sunday, December 6, 2015

2. ปะการังกินอะไรเป็นอาหาร









ภายในเนื้อเยื่อปะการังนั้นมีสาหร่ายเซลล์เดียวขนาดเล็กมากอาศัยอยู่ สาหร่ายเซลล์เดียวนี้คือ ซูแซนเทลลี่ (zooxanthellae)  ซึ่งสามารถสังเคราะห์แสงได้เช่นเดียวกันกับพืชบนบกทั่วไป โดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ผลิตคาร์โบไฮเดรตและออกซิเจนออกมา  คาร์โบไฮเดรตที่ซูแซนเทลลี่ ผลิตได้นั้นจะส่งไปให้โพลิปปะการังประมาณ 90 % ซึ่งจะเป็นอาหารและเป็นแหล่งพลังงานของโพลิปปะการัง  พลังงานนี้ปะการังใช้เพื่อการเติบโต สืบพันธุ์ แข่งขันกับปะการังหรือสัตว์ อื่น ๆ และใช้ในการสะสมหินปูนเพื่อสร้างโครงร่างแข็งของปะการัง



นอกจากการสังเคราะห์แสงของสาหร่ายแล้ว ปะการังยังสามารถรับอาหารจากแหล่งอื่นอีก  ในปะการังที่ไม่มีซูแซนเทลลี่อาศัยอยู่ด้วยนั้นจะสามารถรับอาหารโดย ปะการังใช้หนวดของมันจับอนุภาคอาหารขนาดเล็ก เช่น แพลงก์ตอน ที่ลอยอยู่ในน้ำโดยใช้เข็มพิษ อาหารจะผ่านปากเข้าไปย่อยภายในช่องถุงของโพลิป นอกจากนี้ปะการังสามารถยื่นเส้นใย ออกมาจากในปากเพื่อย่อยและดูดซึมอาหาร  บางครั้งสารอาหารสามารถดูดซึมโดยผนังเนื้อเยื่อโดยตรง